วันศุกร์ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

Cameraman observation

cameraman observation
สังเกตุการณ์ช่างภาพ

       จากที่ข้าพเจ้าได้สังเกตุการณ์ช่างภาพในวันรับปริญญา ในการถ่ายภาพแต่ละภาพก็ต้องคิดว่าภาพที่ออกมาจะมีลักษณะแบบไหน หรือ แนวไหน ต้องหามุมที่เหมาะสม และมุมของคนที่ถูกถ่ายให้เหมาะสม เพื่อให้ถ่ายออกมาแล้วคนที่ถูกถ่ายดูดี องค์ประกอบสวย ช่างภาพที่ได้สังเกตการณ์ ก็จะแต่งตัวให้สบายๆ กระฉับกระเฉงง่าย เพราะต้องมีการเคื่อนไหว ย้ายที่ตลอดเวลา เพื่อหามุมกล้อง บางทีก็ต้องหามุมที่ยากแต่ภาพออกมาสวย มีการที่นอนลงไปกับพื้นแล้วถ่ายภาพ ทำให้เห็นว่าการเป็นช่างภาพนี่ต้องลงทุนเป็นอย่างมาก ในการถ่ายออกมาในมุมที่บางคนคิดไม่ถึงว่ามีมุมที่สวยๆ บางครั้งก็ต้องทนร้อน ถ่ายกลางแดด ทนรอเวลาที่แสงสวย และจังหวะที่เหมาะสม การควบคุมกล้องก็ต้องควบคุมให้นิ่งที่สุด บางครั้งก็ต้องใช้อุปกรณืเสริม คือ ขาตั้งกล้องเพื่อให้กล้องนิ่ง แต่ส่วนมากก็จะไม่ได้ใช้ขาตั้งกล้องเพราะ เป็นภาพถ่ายบุคคล และเพื่อความสะดวกในการเคลื่อนย้าย มุมกล้อง เลือกมุมที่ถ่ายออกมาแล้วดูดี ดูสวย ดูเป็นธรรมชาติ อาจมีมุมก้ม มุมเงย หรือมุมแปลกๆ ที่ช่างถ่ายภาพสร้างสรรค์ขึ้นมา และก็ก่อนมาถ่ายต้องเตรียมตัวและเตรียมอุปกรณืให้พร้อม ตรวจเช็คอุปกรณ์ และที่สำคัญที่สุดก็คือความตรงต่อเวลา ต้องมาก่อนนัดหมาย การได้สังเกตกาณ์วันนั้นทำให้ข้าพเจ้าได้รับความรู้มามากมายเกี่ยวกับการเป็นช่างถ่ายภาพที่ดีและ การถ่ายภาพในมุมมอง ต่างๆ
     ในการถ่ายภาพคนในสถานที่ที่คนมากๆ ก็ต้องใช้การละลายฉากหลังเป็นตัวช่วยในการทำให้บุคคลเด่นขึ้นมา แต่ในการหาฉากหลังก็ควรระวัง ฉากหลังที่มีเส้นนอน เส้นตรง และเส้นรูปทรงต่างๆ โดยพยายามอย่าให้อยู่ตรงศีรษะของบุคคลที่เราถ่ายภาพ ในการถ่ายหมู่หรือเดี่ยว ช่างภาพก็จะมีการสังเกตุให้ถ่ายได้ในมุมแบบธรรมชาติ บางทีก็ต้องมีการแอบถ่าย
      ภาพถ่ายแต่ละใบก่อนจะเป็นภาพที่สวยงาม ช่างถ่ายภาพก็ได้นับไปปรับแสง สี ต่างๆ ในคอมพิวเตอร์ก่อนจะล้างรูปออกมา





วันอาทิตย์ที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

โหมดการวัดแสง(metering mode)

โหมดการวัดแสง(metering mode)

โหมดการวัดแสงจะเป็นการระบุค่าแสง การที่แสงแตกต่างกันจะวัดค่าความสว่างของวัตถุแตกต่างกันไป
โหมดการวัดแสงมีอยู่ 4 โหมด ดังนี้

- การวัดแสงแบบเฉลี่ยนทั้งภาพ (Evaluative metering) เป็นระบบวัดแสงรอบด้าน จะประเมินผลของการวิเคราะห์ค่าแสงทั่วทั้งภาพ ไม่ว่าจะเป็นฉากหน้าวัตถุ ฉากหลัง ทำใหไม่จำเป็นต้องกังวลโทนสีใดโทนสีหนึ่งในภาพ แนวทางของการใช้ระบบวัดแสงนี้ คือ ภาพทิวทัศน์หรือถาพบุคคลที่มีความเปรียบต่างของแสงน้อย

- การวัดแสงแบบเฉพาะส่วน (Partial metering) เป็นการวัดแสงเฉพาะส่วนใดส่วนหนึ่ง เหมาะสำหรับการถ่ายภาพวัตถุที่มีฉากหลังสว่างกว่าวัตถุ

- การวัดแสงเฉพาะจุด (Spot metering) ระบบจะเน้นเฉพาะจุดเล็กๆ ตรงกลางหรือวัตถุตรงกลางภาพเพื่อนำมาคำนวณค่าแสงเท่านั้น ระบบวัดแสงนี้มีความแม่นยำสูง แต่ก็มีโอกาสผิดพลาดได้เช่นกัน ถ้าพื้นที่ของวงกลมเล็กไปอยู่ในส่วนที่ไม่ต้องการ จะทำให้ค่าแสงผิดพลาดไปจากที่ต้องการ แนวทางในการใช้ระบบวัดแสงเฉพาะจุด เมื่อใดก็ตามที่องค์ประกอบต่างๆในภาพมีความต่างของแสงมาก การวัดแสงในระบบอื่นๆ อาจได้ผลผิดพลาดไม่แม่นยำ เนื่องจากมีความต่างของแสงหลายค่า แต่ก็มีข้อควรระวังในการวัดแสงนี้ คือ ต้องวัดแสงและคำนวณค่าแสงอย่างแม่นยำ มิฉะนั้นภาพที่ออกมาจะมีความผิดพลาด

- การวัดแสงเฉลี่ยหนักกลาง (Center-weighted metering) ระบบวัดแสงนี้จะทำงานโดนให้ความสำคัญกับโทนสีบริเวณตรงกลางภาพ มากกว่าบริเวณพื้นที่รอบๆ ผู้ถ่ายภาพที่ใช้ระบบวัดแสงนี้ก็จะพิจารณาเพียงโทนสี ซึ่งปรากฎอยู่ในวงกลมกลางภาพว่าเป็นโทนสีใดเท่านั้น แนวทางของการใช้ระบบวัดแสงนี้ คือ การถ่ายภาพใด้ๆ ที่วัตถุมีขนาดใหญ่พอสมควรและ ไม่อยุ่มรทิศทางย้อนแสงซึ่งมีความเปรียบต่างของแสงสูง

จากการทดลองได้ลดลอง 4 ช่วงเวลา ดังนี้
- เวลา 10.10 น.
- เวลา 10.25 น.
- เวลา 10.46 น.
- เวลา 11.00 น.

ตัวอย่างภาพจากการใช้โหมดวัดแสงแบบต่างๆ


การวัดแสงเฉลี่ยหนักกลาง (Center-weighted metering)


การวัดแสงแบบเฉลี่ยนทั้งภาพ (Evaluative metering)


การวัดแสงแบบเฉพาะส่วน (Partial metering)


 การวัดแสงเฉพาะจุด (Spot metering)


อ้างอิง

อำนวยพร บุญจำรัส.  THE ART OF PHOTOGRAPHY ศิลปะแห่งการถ่ายภาพ.  กรุงเทพฯ: ซีเอ็ดยูเคชั่น, 2553.  

วันอาทิตย์ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2556

สมดุลแสงขาว(White Balance)

สมดุลแสงขาว(White Balance)

สมดุลแสงขาว จะช่วยให้บริเวณที่เป็นสีขาวของภาพยังคงความขาวอยู่เสมอ
โดยปกติการตั้งค่าอัตโนมัติ จะทำให้ได้สมดุลแสงขาวที่ถูกต้อง หากไม่สามารถสมดุลสีธรรมชาติได้
ก็สามารถเลือกตั้งค่าสมดุลสีขาวจากแหล่งที่ให้แสงที่แตกต่างกันออกไป
โดยกดปุ่ม WB เพื่อเลือกสมดุลแสงขาว โดยทั่วไปสามารถเลือกใช้คำสั่งปรับแก้สมดุลแสงขาวได้ ดังนี้

Auto White Balance การปรับแบบอัตโนมัติ
Daylight                   สภาพแสงกลางวัน ภายใต้แสงแดด
Cloudy                    สภาพกลางวันเมฆมาก
Shade                     สภาพกลางวันใต้ร่มเงา
Tungsten                 สภาพแสงหลอดไฟทังสเตน
Fluorescent             สภาพแสงหลอดไฟฟลูออเรสเซนต์
Flash electronic       สภาพแสงน้อง ต้องการแฟรชเพิ่ม
Costom                  เลือกปรับด้วยตนเอง

ตัวอย่างภาพ


ภาพถ่ายภายใต้แสงหลอดไฟฟลูออเรสเซนต์  ใช้คำสั่ง Auto White Balance


ภาพถ่ายภายใต้แสงหลอดไฟฟลูออเรสเซนต์  แก้ไขภาพโดยใช้คำสั่ง Fluorescent


ภาพถ่ายภายใต้แสงหลอดไฟทังสเตน  ใช้คำสั่ง Auto White Balance


ภาพถ่ายภายใต้แสงหลอดไฟฟลูออเรสเซนต์  แก้ไขภาพโดยใช้คำสั่ง Tungsten

          การเลือกปรับค่าไวท์บาลานซ์เอง ก็เพื่อเก็บสีสันให้ตรงกับความเป็นจริง หรือให้แน่ใจว่าสีที่ต้องชดเชยนั้นออกมาถูกต้อง เพราะบางครั้งการตั้งไวท์บาลานซ์ออโต้ก็ไม่ได้ทำให้ภาพถ่ายออกมาถูกต้อง 


อ้างอิง
อำนวยพร บุญจำรัส.  TIPS OF PHOTOGRAPHY สร้างสรรค์ภาพถ่ายอย่างมืออาชีพ.  กรุงเทพฯ: ซีเอ็ดยูเคชั่น,          
                2555.   

วันจันทร์ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2556

assignment 19/06/2013

assignment 19/06/2013

1.


ภาพที่1.1



ภาพที่1.2


ภาพที่ความยาวโฟกัสขนาดของรูรับแสงระยะห่างจากวัตถุถึงเลนส์ลักษณะภาพวันที่บันทึกภาพเวลาที่บันทึกภาพ
2.118 mm6.36 cm.พื้นหลังเบลอมากกว่า24/06/1314.02
2.218 mm116 cm.พื้นหลังมีความคมชัดกว่า24/06/1314.02


2.


ภาพที่2.1





ภาพที่ 2.2



ภาพที่ ความยาวโฟกัส ขนาดของรูรับแสง ระยะห่างจากวัตถุถึงเลนส์ ลักษณะภาพ วันที่บันทึกภาพ เวลาที่บันทึกภาพ
2.1 55 mm 8 7 cm. พื้นหลังเบลอมากขึ้น 24/06/13 13.50 
2.2 18 mm 8 7 cm. พื้นหลังมีความคมชัดกว่า 24/06/13 13.49 


3.

ภาพที่ 3.1


ภาพที่ 3.2

ภาพที่ความยาวโฟกัสขนาดของรูรับแสงระยะห่างจากวัตถุถึงเลนส์ลักษณะภาพวันที่บันทึกภาพเวลาที่บันทึกภาพ
3.135 mm7.179 cm.ภาพโดยรวมมีความชัดใกล้เคียงกัน24/06/1313.07 
3.235 mm7.119 cm.พื้นหลังของภาพเบลอมากขึ้น24/06/1313.08 

                           ภาพชัดตื้นเป็นภาพที่มีพื้นที่จุดโฟกัสครอบคลุมไม่มาก ส่วนภาพชัดตื้นเป็นภาพที่มีจุดโฟกัสควบคุมอยู่กว้างกว่า ภาพชัดตื้นและภาพชัดลึกเกิดได้จาก ขนาดของรูรับแสง ดังภาพที่1.1และภาพที่1.2 ขนาดของรูรับแสงที่กว้างก็ได้จะภาพชัดตื้น ขนาดของรูรับแสงยิ่งกว้างเท่าใดระยะความชัดตื้นก็จะเพิ่มขึ้น  ความยาวโฟกัส ดังภาพที่ 2.1และ2.2 ยิ่งขนาดความยาวโฟกัสมากเท่าใด ยิ่งส่งผลต่อระยะความชัดตื้น และ  ระยะห่างจากเลนส์ถึงวัตถุ ดังภาะที่3.1และ3.2 ยิ่งถ่ายภาพด้วยระยะใกล้วัตถุเท่าใดความชัดตื้นของภาพก็จะยิ่งมากขึ้น